พุทธรักษา (Canna Lily)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Canna spp. and hybrid/Canna indica L.

ไม้ล้มลุก อายุหลายปี ทุกส่วนอวบน้ำ มักขึ้นรวมกันเป้นกอ สูงประมาณ 0.6.-1.50 เมตร ลำต้นอยู่ใต้ดินเรียกว่า “เหง้า” สามารถแตกหน่อเป็นกอคล้ายต้นกล้วย

ใบ : มีขนาดใหญ่ รูปรีแกมใบหอก ปลายใบแหลม โคนใบสอบ

ดอก : ออกเป็นช่อที่ปลายต้น แต่ละช่อมี 8-10 ดอก หลากสีหลายขนาดตามแต่สายพันธุ์ เช่น เหลือง แดง ส้ม ชมพู เหลืองลายส้ม แดงขอบเหลือง เป็นต้น

วิธีปลูกและดูแลรักษา : พุทธรักษาชอบดินร่วนหรือดินเหนียว มีแสงแดดจัด นิยมปลูกตามริมรั้ว หรือริมน้ำ บ้างก็ปลูกตามแนวถนน เพราะให้ดอกสวยตลอดปี ดูแลรักษาง่าย แข็งแรง ทนทาน ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและศัตรูพืชเท่าใดนัก

ชื่อวงศ์ : CANNACEAE

สรรพคุณทางสมุนไพร : เหง้า ใช้แก้ไอมีเลือด บำรุงปอด แก้อาเจียน โรคตับอักเสบ ตัวเหลือง ประจำเดือนมาไม่ปกติ แก้แผลอักเสบบวม และแก้บิดเรื้อรัง ดอกสด นำมาตำละเอียด พอกแผล ห้ามเลือดบาดแผลสดและมีหนอง เมล็ด ตำพอกแก้ปวดศีรษะ

ต้นไม้สัญลักษณ์ : พุทธรักษามีความหมายถึงการมีพระพุทธเจ้าคุ้มครองรักษา ตรงกับคำว่า “พุทธสรณะ” ในภาษาบาลี-สันสกฤตของประเทศอินเดีย ซึ่งมีความหมายเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “บุษบา-มินตรา” ต้นพุทธรักษามีเรื่องเล่าตามพุทธประวัติว่า พระเทวทัดคิดทำร้ายพระพุทธเจ้า จึงได้ขึ้นไปบนเขาแล้วกลิ้งหินลงมาระหว่างที่พระพุทธเจ้าเสด็จผ่านมา แต่ก้อนหินดังกล่าวกลับแตกกระจัดกระจายเสียก่อน และมีสะเก็ดก้อนหินกระเด็นไปถูกฝ่าพระบาท ทำให้พระโลหิตไหลลงแผ่นดิน ต่อมาก็มีต้นไม่ชนิดหนึ่งเกิดขึ้นตรงรอยเลือดนั้น ซึ่งก็คือต้นพุทธรักษานั่นเอง ต้นพุทธรักษาจึงเป็นต้นไม่มงคลชนิดหนึ่งในศาสนาพุทธ โดยเชื่อกันว่าหากปลูกไว้ประจำบ้านจะช่วยคุ้มครองป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายหรือภัยอันตรายแก่ผู้ที่อาศับอยู่ในบ้าน นิยมปลูกไว้ริมรั้วทางทิศตะวันตก จะส่งผลให้เกิดความสุขสงบในครอบครัว เสมือนมีพระพุทธเจ้าคอยคุ้มครองและรักษานั่นเอง พุทธรักษาถือเป็นดอกไม้สูงค่าที่คนไทยนิยมนำไปบูชาพระ และยังถือเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ประจำวันพ่อ

พุดซ้อน (Cape Gardenia)


ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Gardenia jasminoides Ellis

ชื่ออื่น พุดจีน, เคดถวา, พุดใหญ่, พุทธรักษา, แคถวา

ไม้พุ่มเตี้ย สูงประมาณ 1-2 เมตร ผิวลำต้นสีเทาขาว แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มกลม ทรงพุ่มหนาแน่น ใบดกทึบ

ใบ : เป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามกัน รูปใบหอกหรือรูปไข่กลับ ปลายใบแหลม โคนใบสอบ สีเขียวเข้มเป็นมันคล้ายพุดจีบ เพียงแต่พุดซ้อนไม่มียางสีขาวอยู่ในต้นและใบเหมือนพุดจีบ

ดอก : เดี่ยว สีขาว กลิ่นหอมออกตามดอกใบและปลายกิ่ง สีขาวสะอาด มีกลีบดอกซ้อนกันอยู่เป็นชั้นๆ ออกดอกตลอดปี เวลาบายส่งกลิ่นหอมในช่วงเย็นจนถึงรุ่งเช้า

ผล : เป็นฝัก รูปกระบอก โค้ง ภายในมีเมล็ด 3-5 เมล็ด พุดหลายสายพันธุ์แตกต่างกันไปตามขนาด สี และชนิดของดอก เช่น พุดจีบ พุดซ้อนแคระ พุดตะแคง พุดสามสี เป็นต้น

วิธีการปลูกและดูแลรักษา : ควรปลูกพุดซ้อนในดินร่วนซุยที่มีความชุ่มชื้นอยู่เสมอ ถ้าปลูกในที่แสงรำไรมักให้ดอกน้อย จึงควรปลูกบริเวณกลางแจ้งที่มีแสงแดดจัดจึงจะให้ดอกตลอดปี พุดซ้อนเป็นไม้ที่ปลูกง่าย ทนแดด ทนลม ปัญหาเรื่องโรคและศัตรูพืช มีไม่มากเท่าใด ปัจจุบันนิยมปลูกเป็นไม้ประดับทั่วไป

ชื่อวงศ์ : Rubiaceae

ประโยชน์ : นิยมปลูกเป็นไม้ประดับ กลีบดอก สามารถสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย ใช้ผลิตน้ำหอม แต่งกลิ่นเครื่องสำอาง และใช้ทำสีผสมอาหารหรือใช้ย้อมผ้า นอกจากนี้เนื้อไม้ยังมีความละเอียดสวย ใช้ทำหีบบุหรี่ เครื่องกลึง งานแกะสลัก ของตกแต่งบ้าน ของเด็กเล่น และอุปกรณ์การเกษตร

สรรพคุณทางสมุนไพร : ใบ ตำพอกแก้ปวดศีรษะ เคล็ดขัดยอก และถ้านำใบมาตำกับข้าวสุกพอก ช่วยแก้เจ็บส้นเท้าได้ ดอก คั้นเอาแต่น้ำ ทาแก้โรคผิวหนัง ผลหรือฝัก ใช้ขับปัสสาวะ ขับพยาธิ เนื้อไม้ ใช้ลดไข้ ราก แก้ไข้ ขับปัสสาวะ เลือดกำเดา เลือดออกตามไรฟัน ปัสสาวะเป็นเลือด ปวดฟัน ร้อนใน เปลือกต้น ใช้แก้บิด

ต้นไม้สัญลักษณ์ : คำว่า “พุด” หรือ “พุฒ” มีความหมายคือ ความแข็งแรง สมบูรณ์ ความเจริญมั่นคงถาวร ทั้งลำต้นของพุดยังเป็นไม้รูปทรงสวย ดอกงาม ให้กลิ่นหอม กลีบดอกใหญ่สีขาว สะอาดตา เลี้ยงง่ายและให้คุณประโยชน์มากมาย พุดจึงถือเป็นไม้มงคลต้นหนึ่งที่เชื่อกันว่า หากบ้านใดปลูกไว้ทางทิศตะวันตก จะก่อให้เกิดสิริมงคล ทำให้ผู้อยู่อาศัยมีสุขภาพดี มีความเจริญรุ่งเรือง มีชีวิตที่มั่นคง ไม่แปรเปลี่ยน มีความบริสุทธิ์และตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม ในต่างประเทศยังนิยมนำดอกพุดซ้อนมาทำช่อดอกไม้แต่งงานอีกด้วย

การขยายพันธุ์ : ขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่ง ถ้าปลูกในที่แสงแดดไม่เพียงพอจะไม่ค่อยออกดอก หากตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งจะทำให้ดอกมีขนาดใหญ่ขึ้น

นิเวศวิทยา : มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาเหนือ